กุมารทอง เก้าโกศ รุ่นโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย ครูบาชัยชนะ แห่งสำนักสงฆ์พุทธอริยรังสี บ้านคำภู จังหวัดบึงกาฬ

 

 

สร้างครั้งแรกอย่างเป็นทางการเปิดตำนานไสยเวทย์ลี้ลับ
กุมารทอง เก้าโกศ รุ่นโชคลาภ ค้าขายร่ำรวย
ครูบาชัยชนะ แห่งสำนักสงฆ์พุทธอริยรังสี บ้านคำภู จังหวัดบึงกาฬ
วัตถุประสงค์ในการสร้างพระประทาน ขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร สูง 19 เมตร
พระเกตุทองคำและเมรุเผาศพ

ครูบาชัยชนะ อรินทฺโม แห่งสำนักสงฆ์พุทธอริยรังสี บ้านคำภู จังหวัดบึงกาฬท่านเป็นพระป่าที่มีเวทย์มนต์เป็นเลิศ นอกจากครูบาชัยชนะท่านยังได้เล่าเรียนวิชาเวทยาคมต่าง ๆ ของสำนักอื่นมากมายทั้งต่างประเทศและในประเทศ เช่น เขมรที่เป็นพระภิกษุและเป็นอาจารย์ฆราวาสจอมขมังเวทย์ท่านมีอาคมแก่กล้าเชี่ยวชาญวิชาขอมเขมรโบราณทุกแขนง ตั้งแต่วัยเด็กตั้งแต่อายุ 15 ปี ท่านได้รับการถ่ายทอดวิชาต่าง ๆ จากหลวงพ่อแป๊ก พระอาจารย์ผู้เฒ่าจากประเทศเขมร ซึ่งเป็นพระที่มีอาคมสูง ขนาดไก่ป่าเดินหาอาหาร ท่านเพ่งจนไก่ป่าเข้ามาหา ช้างตกมันใช้ฝ่ามือลูบช้างยอมสยบนั่งหมอบ ครูบาชัยชนะ ได้รับสืบทอดวิชาไสยเวทย์ชั้นสูงของเขมรโบราณ และในครั้งแรก ทดลองเสกหุ่นกุมารทองเฮี้ยนจนกระพริบตาได้ สำเร็จมนต์มหาเสน่ห์ (เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)หนุ่มสาวรักกันไม่พรากจากกัน ขนาดทะเลาะกันยังหยุดหันหน้าจับมือกัน เมื่อท่านครบบวช ท่านได้บวชออกเดินธุดงค์ทั่วกัมพูชา เพื่อฝึกจิตให้แกร่งกล้าอยู่เสมอ ผ่าดงระเบิดที่ฝังไว้ในสมัยสงครามก็มากปาฏิหาริย์ท่านไม่เคยได้รับสักครั้ง(เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)


ครูบาชัยชนะ ท่านจะไม่อยู่เป็นที่ บางทีท่านก็ปลูกกระต๊อปเล็ก ๆ อยู่กลางป่า ชายแดนเขมร อยู่ป่าช้าก็หลายปี พักอยู่ใต้ดินคนเดียวโดยขุดหลุมก็มี บางครั้งก็อยู่ในถ้ำกลางป่าหลายปี ท่านปฏิบัติอย่างนี้มาตลอดเรื่อยมาท่านบอกว่าสงบดี ไม่มีใครมารบกวนท่านได้ บางครั้งท่านก็มาอาศัยอยู่วัดใกล้เขตชายแดนแถว สุรินทร์ ท่านได้เรียนวิชาการสร้างกุมารทองเก้าโกศ จากพ่อหมอบ่อ ซึ่งเป็นอาจารย์จอมขมังเวทย์ท่านเป็นชาวเขมรแต่อพยพมาอยู่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งอาจารย์ฆราวาสท่านนี้ท่านมีวิชาแกร่งกล้าเรื่องการสร้างและปลุกเสกกุมารทองเก้าโกศให้มีตัวตน เฮี้ยนเหมือนมีชีวิต เป็นที่ฮือฮาของชาวสุรินทร์ในเรื่องความเฮี้ยน (เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)มีประสบการณ์มากมายในเรื่องโชคลาภค้าขาย เมตตามหานิยม เรียกลูกค้า ถูกหวย รวยเบอร์ ท่านได้ถ่ายทอดวิชาเสกกุมารทองเก้าโกศให้กับครูบาชัยชนะจนหมดไส้หมดพุง ท่านได้เรียนวิชาเสกกุมารเก้าโกศอยู่หลายปี เมื่อเรียนสำเร็จท่านก็ได้กราบลาอาจารย์เพื่อไปธุดงค์ต่อทางบุรีรัมย์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี สระแก้ว สกลนคร หนองคาย ท่านจะอาศัยอยู่ฝั่งเขมรและฝั่งลาว แล้วแต่ท่านไป ๆ มา ๆ ยากที่จะคาดกาลได้ จากนั้นท่านได้เดินทางสู่ภาคเหนือ เพื่อหาพระอาจารย์ที่มีวิชาแกร่งกล้าเพื่อขอเป็นลูกศิษย์และเรียนวิชา ท่านได้พบกับพระอาจารย์เฒ่าชื่อหลวงพ่อถ้ำ จังหวัดเชียงราย ท่านเก่งวิชามหาเสน่ห์ ครูบาชัยชนะท่านได้เรียนวิชาเสกม้าเสพนางซึ่งเป็นวิชาไสยเวทย์ของล้านนาไทย (เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)

เมื่อท่านได้เรียนวิชาม้าเสพนางจนสำเร็จท่านก็ได้กราบลาหลวงพ่อถ้ำ ท่านได้ธุดงค์ไปถึงประเทศพม่าได้พบพระอาจารย์อีกท่านชื่อว่า หลวงพ่ออะหม่อง ท่านเกิดความศรัทธาได้ขอกราบขอเป็นศิษย์เรียนวิชาการเสกอิ้นคู่มหาเสน่ห์ ท่านเรียนสำเร็จก็กราบลาอาจารย์กลับไทย และได้เรียนวิชาการลงนะหน้าทองจาก อาจารย์ประคองเกี่ยวกับเมตตามหาเสน่ห์สุด ๆ และเรียนการเสกกุมารทองทั่วไปไม่ใช่เสกกุมารเก้าโกศจากอาจารย์ฆราวาส บุญเจริญ และเรียนวิชาตั้งศาลถอนศาลพระภูมิเจ้าที่และอาน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เสริมดวงชะตาราศี และวิชาทำน้ำมันมหานิลดำ และวิชาทำน้ำมันโหงพรายสวาทและน้ำมันเทพรัญจวน ในสายพ่อพราหมณ์ สุทโธ และเรียวิชาคนโดนกระทำลมเพลมพัดจาก พ่อหมอ ธรรมสุนา จังหวัดกาฬสินธุ์ และเรียนธรรมบรรลุ จากฆราวาส ประสิทธุ์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ และปัจจุบันนี้ท่านก็ได้มาสร้างวัดใหม่ซึ่งยังเป็นสำนักสงฆ์ชื่อว่า สำนักสงฆ์พุทธรังสี บ้านภูคำ จังหวัดบึงกาฬ ในครั้งนี้ได้จัดสร้างกุมารทองเก้าโกศมาอีกครั้ง(เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)


ถ้าพูดถึงกุมารเก้าโกศก็ต้องนึกถึง กุมารเก้าโกศหลวงพ่อชื่น วัดตาอี และหลวงพ่อกอย วัดเขาดินใต้ แต่กุมารทองทั้งสามรุ่นของหลวงพ่อ กอย วัดเขาดินใต้ ครูบาชัยชนะท่านได้สร้างและเสกจนครบตามตำรา 144 เสาร์ 144 อังคาร แล้วก็ถวายกับหลวงพ่อกอย เพื่อทำพิธีพุทธาภิเษกใหญ่อีกครั้ง เพื่อนำปัจจัยไปสร้างถาวรวัตถุภายในวัดหลวงพ่อกอย ซึ่งกุมารทองเก้าโกศทั้ง 3 รุ่น มีประสบการณ์มากมาย ถ้าจะพูดถึงความแรงและเฮี้ยนต้องยกให้กุมารทองเก้าโกศหลวงพ่อกอย ไม่ว่าจะเน้นเรื่องการแสดงตน ในรูปแบบเงา กลิ่น เสียง รูปร่าง หรือเข้าฝัน ราคาเช่าหากันขยับสูงมากหลายเท่าตัว เป็นที่หวงแหนของท่านที่ชอบเลี้ยงกุมารทอง กุมารทองเก้าโกศของหลวงพ่อกอย มีชื่อเสียงโด่งดังมากในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และอีกหลายประเทศ โปรดสังเกตในใบฝอยวิธีเลี้ยงกุมารทองเก้าโกศหลวงพ่อกอยทั้ง 3 รุ่น จะกล่าวคำขอบคุณ อาจารย์ กำชัย (คือครูบาชัยชนะ) ที่ได้สร้างและปลุกเสกจนครบถูกต้องตามตำราและได้ถวายให้กับหลวงพ่อกอย และในครั้งนี้ครูบาชัยชนะท่านได้สร้างกุมารทองเก้าโกศอีกครั้ง ซึ่งออกให้สั่งจองในนามของครูบาชัยชนะ สำนักสงฆ์พุทธอริยะรังสี เพื่อนำไปเป็นปัจจัยไปสร้างพระประทาน และสร้างเมรุ สำนักสงฆ์พุทธอริยะรังสี ท่านที่ชอบเลี้ยงกุมารทองสายกึ่งเทพกึ่งพรายไม่ควรพลาดนะครับ เพราะมีจำนวนจำกัด ได้สร้างและปลุกเสกเรียบร้อยแล้ว(เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)

โกศที่นำมาสร้างกุมารทองเก้าโกศในครั้งนี้ประกอบด้วยโกศเก็บกระดูกของเด็กทั้ง 9 โกศที่ตายจากอาการต่าง ๆ ทั้ง 9 ประการที่ไม่เหมือนกันที่ถูกต้องตามตำราได้
ภายในคืนเดียวกัน โกศที่ 1. น้องจอแจ ตายด้วยไข้หวัดใหญ่ จากอำเภอกุสุมาลย์ สกลนคร 2. น้องโหนก ตายด้วยโรคหัวใจ จากอำเภอ กุสุมาลย์ สกลนคร 3. น้องง่องแง่ง ตายด้วยโรคไข้เลือดออก จากอำเภอกุสุมาลย์ สกลนคร 4. น้องกะเตง ตายด้วยรถชน จากอำเภอส่องดาว สกลนคร 5. น้องฉุยฉาย ตายด้วยโรคปอดบวม จากอำเภอส่องดาว สกลนคร 6. น้องข้อย ตายด้วยโรคอุจจาระร่วง จากอำเภอส่องดาว สกลนคร 7. น้องเกะกะ ตายด้วยโรคหอบหืด จากอำเภอเมือง สกลนคร 8. ทนโท่ ตายด้วยโรคตกน้ำตาย จากพังโคน สกลนคร 9. น้องปั้นชา ตายด้วยโรคไฟฟ้าช็อต จากพังโคน สกลนคร (ขอขอบคุณคุณบุญล้อมเป็นอย่างสูง ที่ได้จัดหาโกศของน้องทั้งเก้าและวัตถุอาถรรพณ์ทั้งหมดในครั้งนี้ด้วยนะครับและบุญกุศลทั้งหมดนี้ขออุทิศให้น้องทั้งเก้าด้วยและขอให้ดวงวิญญาณของน้องทั้งเก้าจงประสบสุขอยู่ในชั้นทิพวิมารชั่วนิจนิรันดร์กาลนานเทอญ) เมื่อได้โกศทั้ง 9 มาหลอมกับตัวยันต์บังคับ และชนวนอาถรรพณ์ซึ่งประกอบด้วย-เหล็กตรึงโลงศพ 7 ป่าช้า-เหล็กขนันผีตายท้องกลม-ตะปูตอกโลงศพ 7 ป่าช้า-มาทำพิธีหล่อกุมารทองขนาดเล็กในฤกษ์ที่แข็งที่สุดคือฤกษ์ที่เชื่อกันว่าพ่อขุนแผนเสกกุมารทองในยามนี้คือยามเดือนดับของเดือนห้าและตรงวันเสาร์เท่านั้น หลังจากนั้นได้นำกุมารเก้าโกศมาบรรจุไว้ใต้ฐานของหุ่นกุมารทอง (เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)(หุ่นกุมารทองเก้าโกศสร้างจากผงกระดูกของน้องทั้งเก้า ขี้เถ้าเชิงตะกอนจากเด็กทั้ง 9 ขี้เถ้ากองฟอนเจ็ดป่าช้า ผงลูกกรอกผงว่านกุมารทองตากแห้ง ผงไม้ตะเคียนตายพรายผงไม้ตกน้ำมัน ผงเหล็กตะแกรงเชิงตะกอนโบราณ ผงฝาโลง ผงลูกกรอก (ซึ่งเป็นผงอาถรรพณ์ที่สื่อถึงได้ง่ายขึ้น) ได้นำมวลสารทั้งหมดนี้มากดเป็นพิมพ์หุ่นกุมารทองดูดรก เพื่อให้กุมารทองเก้าโกศสถิต หลังจากนั้นหลวงพ่อได้ทำการเสก ตั้งธาตุ หนุนธาตุ  ให้มีฤทธิ์เดช มีขันธ์ห้า ใส่อาการ 32 ให้ครบจนเกิดนิมิตมีชีวิตจิตใจเป็นญาณกุมารทองทำพิธีเสกจนครบตามตำราต้องใช้เวลา 144 เสาร์ 144 อังคาร ตามกำลังของเทพกุมารทองบนสรวงสวรรค์ และหลังจากนั้นได้ใช้ด้ายมัดตราสังทำพิธีเรียกจิตผูกสะกดญาณกุมารทองด้วยวิชาธรรมธาตุรู้มหากำเนิดให้อยู่กับร่างหุ่นกุมารทองทุก ๆ ร่างใต้ฐานและได้อุดผงปถมังโลกีย์กำเนิด (ผงนี้ช่วยดลบันดาลให้กุมารเฮี้ยนด้วยแรงพรายที่สถิต สามารถดลบันดาลให้เป็นไปตามเจ้าของ...ต้องการ) ได้ทำพิธีชุบน้ำมันพรายกุมารทุกตนเพื่อความขลังความศักดิ์สิทธิ์ให้กับกุมารทอง และจะทำพิธีพุทธาภิเษกใหญ่อีกครั้งใน เดือนกุมภาพันธ์ 2558 และ ในเดือนมีนาคม จะออกให้ผู้มีจิตศรัทธาบูชาสำหรับผู้สั่งจองเท่านั้น เพราะมีจำนวนจำกัด(เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)

ผู้สนใจที่อยากจะเลี้ยงกุมารทองเช่ากุมารทองทางสายตำรับเขมรคือเป็นทางเลือกที่ดี จะรู้จักกันดีถึงเรื่องความขลังความศักดิ์สิทธิ์ความเฮี้ยนของกุมารทอง ซึ่งเป็นกุมารทองกึ่งเทพกึ่งพรายที่มีฤทธิ์สูงทางด้านเมตตามหานิยม เมตตาค้าขาย เรียกลูกค้า เฝ้าบ้านเรือกสวนไร่นา กันคนมาปองร้าย ทำมิดีมิร้ายต่อเรา สามารถมีฤทธิ์เป็นพรายกระซิบบอกเหตุร้าย หรือข่าวดีที่กำลังมา ถึงบอกโชคลาภบอกหวยเรียกเงินเรียกทอง เรียกทรัพย์ เสี่ยงดวงการพนัน ช่วยทำมาค้าขาย เรียกลูกค้าเข้าร้านแก่ผู้เลี้ยง (เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)และสามารถกันภูตผีปีศาจ กันคุณไสย คุณผี คุณคน กันอุบาทว์เสนียดจัญไร และสิ่งอัปมงคลทั้งปวง ไม่ให้เข้ากล้ำกลายแก่ผู้เลี้ยงไม่ให้เกิดอันตรายประดุจลูกดูแลพ่อแม่บังเกิดเกล้า พุทธคุณแห่งกุมารทองนี้มีมากมายมหาศาลดุจจะพรรณนา จงเร่งหาบูชาเถิดจะเกิดผล(เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)

กุมาร ทองเก้าโกศถือว่าเป็นกุมารทองที่มีจิตวิญญาณที่มีความรัก โลภ โกรธ หลงอยู่ ผู้เลี้ยงจะต้องหมั่นดูแลเอาใจใส่ ควรตั้งชื่อให้เพื่อจะให้กุมารทองได้รับรู้ว่าตนเองชื่อ อะไร และจะถูกเรียกใช้ตามคำบนบานของผู้เลี้ยงบูชา ควรหมั่นบูชาเอาใจใส่เซ่นไหว้อาหาร และทำบุญอุทิศให้กุมารทอง เพื่อให้กุมารทองพอใจและพร้อมจะช่วยเหลือเราทุก ๆ ด้าน ขั้นตอน วิธีเลี้ยงกุมารทองเมื่อเราได้กุมารมาแล้ว
1. เมื่อเราได้กุมารมาแล้วให้เราจัดการตั้งชื่อให้กับเขา โดยแบ่งได้ดังนี้
1.1 ชื่อที่เน้นโชคลาภ เช่น ทองมา เรียกทรัพย์ พูนเงิน พูนทอง ทองไหลมา รวยวันรวยคืนเป็นต้น
1.2 ชื่อที่เน้นทางดุดัน เฝ้าบ้าน แคล้วคลาด เช่น ชัย เพชรมั่น คง กล้า แกร่ง เป็นต้น
2. ก่อนนำเข้าบ้านให้ทำตามนี้
2.1 หาที่ตั้งให้เหมาะสม โดยไม่อยู่สูงกว่าพระ หรือ ต่ำติดพื้น และไม่ควรหันหน้าไปทางทิศตะวัตก    
2.2 จุดธูปกลางแจ้ง 12 ดอก บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางดังนี้
ข้าพเจ้า ขอตั้งจิตอธิฐานบอกกล่าวแด่ พระภูมิเจ้าที่ ผีปู่ ผีย่า ผีตา ผียาย ผีเหย้า ผีเรือน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ วันนี้ข้าพเจ้าได้นำ เจ้า.......เข้ามาเลี้ยง ภายในบ้าน เพื่อให้เจ้า.....เฝ้าทรัพย์สิน ให้โชคให้ลาภ ขอให้พระภูมิเจ้าที่ ผีปู่ ผีย่า ผีตา ผียาย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเปิดทางให้เจ้า...เข้ามาอยู่อาศัยในบ้านได้สะดวกด้วยเถิด (เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)

2.3 เมื่อทำการเปิดทางให้กับเจ้ากุมารลูกของคุณแล้ว ให้นำกุมารมาตั้ง ณ ที่ที่เตรียมไว้แล้วจุดธูปบอกกุมาร โดย พราย 1 ดอก เทพ 5 ดอก ว่า เจ้ากุมารทองของพ่อเอ๋ยต่อ ไปนี้เจ้าชื่อ.....และต่อไปนี้คนนี้คือพ่อของเจ้า พ่อจะเรียกเจ้าว่า.....มาอยู่ที่บ้าน ให้ช่วยกันดูแลบ้านเฝ้าบ้านให้ดี ช่วยกันทำมาหากินนะ แล้วพ่อจะซื้อของเล่นให้ เวลาพ่อ ไปไหนก็ไปกัน เวลาพ่อกินอะไรก็กินกันนะ ไม่ต้องรอให้พ่ออนุญาต อยากได้อะไรอยากกินอะไรมาบอกพ่อนะ (หากมีกุมารอยู่แล้วให้กล่าวเพิ่มว่า เจ้า... (ชื่อกุมารองค์ เดิม)... วันนี้พ่อนำ น้องเค้ามาอยู่ด้วยนะ อยู่ด้วยกันก็รักกันนะช่วยกันดูแลบ้าน หาเงินหาทอง อย่าละเลาะกันนะ) ทุก ๆ วันพระให้เรานำข้าวปลาอาหาร หรือขนม หรือ ผลไม้ ดอกไม้ มาบูชาเค้าแล้วบอกกล่าวเค้าว่าให้ช่วยกันหาเงินหาทอง เฝ้าบ้านดูแลคนในบ้าน ขาดเหลืออะไรบอกพ่อบอกแม่นะ  (เว็บไซต์ดัชนีกุมารทอง)สำนึกของผู้ที่เลี้ยงกุมารทอง
1.คุณต้องระลึกไว้เสมอว่ากุมารนั้นคือลูกของคุณ เสมือนคนจริง ๆ
2.หมั่นหาของเล่นขนมมาให้เค้า
3.หมั่นคุยกับเค้า
4.หากเบื่อแล้วคิดว่าจะเลิกเลี้ยงนั้น ควรนำเค้าไปปล่อยโดยให้ผู้ที่มีพลังจิต หรือพระปลดปล่อยเค้าไป

คาถาเลี้ยงกุมารทอง
ตั้งนะโม 3 จบ
มามะ ปะริภุญชันตุ จะมะหาภูตา อ่าคัจฉายะ
อาคัจฉาหิ เอหิมะมะ มามา

คาถาปลุกเรียกกุมารทอง
ตั้งนะโม 3 จบ
กุมารัง นะกุมารัง อุติอุนิ นะอิงอีตอพุทโธ